การนับเลข และบอกเวลาภาษาญี่ปุ่น ฉบับเรียนฟรี 2026

เรียนฟรี 100% กับ YUI-YUTO

1. การนับเลขพื้นฐาน 0-100

ภาษาญี่ปุ่นมีระบบตัวเลขที่อ่านง่ายคล้ายภาษาไทยครับ หากคุณนับ 1-10 ได้ การนับ 11-100 ก็เป็นเรื่องง่ายเหมือนจับวาง ลองฟังเสียงและออกเสียงตามกันดูนะครับ:

ตัวเลขคันจิเสียงอ่าน (Romaji)เสียง
0 零 / ゼロ Zero / Rei
1 Ichi
2 Ni
3 San
4 Yon / Shi
5 Go
6 Roku
7 Nana / Shichi
8 Hachi
9 Kyuu / Ku
10 Juu
100 Hyaku

💡 ทริคการนับหลักสิบ:
- 11 อ่านว่า 十一 (Juu-ichi = 10 + 1)
- 20 อ่านว่า 二十 (Ni-juu = 2 + 10)
- 45 อ่านว่า 四十五 (Yon-juu-go = 4 + 10 + 5)

2. การบอกเวลา: ชั่วโมง (時 - Ji)

การบอกชั่วโมงภาษาญี่ปุ่นง่ายมากครับ แค่เติมคำว่า 時 (Ji) ซึ่งแปลว่า "โมง/ชั่วโมง" ไว้หลังตัวเลข แต่ต้องระวังข้อยกเว้นบางเวลาที่มีการกร่อนเสียงครับ:

เวลาภาษาญี่ปุ่นเสียงอ่าน (Romaji)เสียง
1:00 一時 Ichi-ji
4:00 (ข้อยกเว้น) 四時 Yo-ji (ไม่ใช่ Yon-ji)
7:00 (ข้อยกเว้น) 七時 Shichi-ji (ไม่ใช่ Nana-ji)
9:00 (ข้อยกเว้น) 九時 Ku-ji (ไม่ใช่ Kyuu-ji)

ถ้าต้องการบอกเวลากลางวัน/กลางคืน ให้เติม 午前 (Gozen - AM) หรือ 午後 (Gogo - PM) ไว้ข้างหน้าเวลาครับ เช่น
午前八時 (Gozen hachi-ji) = 8:00 AM

3. การบอกเวลา: นาที (分 - Fun/Pun)

การบอกนาทีในภาษาญี่ปุ่นค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีการเปลี่ยนเสียงจาก ふん (Fun) เป็น ぷん (Pun) ตามตัวเลขข้างหน้าครับ ส่วนเลข 30 นาที สามารถใช้คำว่า 半 (Han - ครึ่ง) ได้เลย

นาทีภาษาญี่ปุ่นเสียงอ่านเสียง
1 นาที 一分 Ippun (อิปปุ้น)
2 นาที 二分 Ni-fun (นิฟุ่น)
5 นาที 五分 Go-fun (โกะฟุ่น)
10 นาที 十分 Juppun / Jippun
15 นาที 十五分 Juu-go-fun
30 นาที 三十分 / 半 San-juppun / Han

4. ประโยคถาม-ตอบเวลาในชีวิตประจำวัน

เมื่อเรานับเลขและรู้หน่วยเวลาแล้ว ลองนำมาแต่งประโยคพื้นฐานที่ใช้บ่อยเวลาไปเที่ยวหรือใช้ชีวิตในญี่ปุ่นกันครับ:


5. สรุป: การจำอย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องตัวเลขและเวลา เป็นหมวดที่คุณจะเจอบ่อยที่สุดในการสอบ JLPT N5 (โดยเฉพาะพาร์ทการฟัง - Choukai) รวมถึงเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการดูตารางเวลารถไฟ (Densha) หรือเวลาเปิดปิดร้านอาหาร (Mise) ดังนั้น ขอแนะนำให้ทุกคนหมั่นฝึกฝน ฟังเสียงจากปุ่ม TTS ที่เราเตรียมไว้ให้ และลองพูดตามออกมาดังๆ (Shadowing) เป็นประจำ คุณจะคุ้นเคยกับเสียงจนก้าวข้ามข้อยกเว้นต่างๆ ได้อย่างไม่ต้องท่องจำเลยครับ สู้ๆ นะครับ! (Ganbatte kudasai!)

6. การบอกวันที่: เดือน และวันในสัปดาห์ (Months & Days)

หลังจากจำตัวเลข 1-12 ได้แล้ว การบอกชื่อเดือนในภาษาญี่ปุ่นจะเป็นเรื่องง่ายมากครับ แค่เติมคำว่า 月 (Gatsu) ไว้ข้างหลัง แต่สำหรับ "วันที่" นั้น จะมีคำอ่านเฉพาะที่ต้องจำในช่วง 1-10 วันแรกครับ:

เดือนภาษาญี่ปุ่นเสียงอ่านเสียง
มกราคม (เดือน1) 一月 Ichi-gatsu
เมษายน (ข้อยกเว้น) 四月 Shi-gatsu
กรกฎาคม (ข้อยกเว้น) 七月 Shichi-gatsu
กันยายน (ข้อยกเว้น) 九月 Ku-gatsu

⚠️ วันที่ยอดฮิตที่ออกสอบ N5:
- วันที่ 1: Tsuitachi (ついたち)
- วันที่ 4: Yokka (よっか)
- วันที่ 10: Tooka (とおか)
- วันที่ 20: Hatsuka (はつか)

7. การนับจำนวนเงินและหลักร้อยถึงหมื่น (Currency & Big Numbers)

เวลาไปช้อปปิ้งที่กินซ่า หรือเดินตลาดอาเมโยโกะ คุณต้องเจอกับตัวเลขที่มากกว่า 100 แน่นอนครับ มาฝึกนับหน่วยเงิน 円 (En - เยน) กันครับ:

เทคนิคการแลกเงิน: ถ้าของราคา 50,000 เยน ให้คุณคิดเป็น 5 x 10,000 = Go-man-en ครับ ง่ายๆ แค่นี้เอง!

8. ลักษณนามพื้นฐาน: ชิ้น อัน และจำนวนคน (Counters)

ภาษาญี่ปุ่นมีคำลักษณนามเยอะมาก แต่สำหรับ N5 เริ่มต้นจำแค่ 2 หมวดนี้ก็รอดตายแล้วครับ:

  1. อัน (Tsu): ใช้กับของทั่วไปที่ระบุชนิดไม่ได้ชัดเจน
    - 1 อัน = Hitotsu (ひとつ)
    - 2 อัน = Futatsu (ふたつ)
    - 3 อัน = Mittsu (みっつ)
  2. คน (Nin): ใช้กับมนุษย์
    - 1 คน (ข้อยกเว้น) = Hitori (ひとり)
    - 2 คน (ข้อยกเว้น) = Futari (ふたり)
    - 3 คนขึ้นไป = ตัวเลข + Nin (เช่น San-nin)

9. ตารางคำนับเลขข้อยกเว้น: หลักร้อย (Special Hundreds)

ข้อยกเว้นของหลักร้อยเป็นจุดที่ทดสอบความละเอียดของนักเรียน N5 บ่อยครั้งครับ:

10. ตัวเลขในวัฒนธรรมญี่ปุ่น: เลขนำโชคและเลขที่ควรเลี่ยง

คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความหมายของตัวเลขมากครับ พบบ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น:

  1. เลข 4 (Shi): มักจะเลี่ยงเพราะออกเสียงเหมือนคำว่า "ตาย" (Shi) โรงพยาบาลหรืออพาร์ตเมนต์บางที่อาจไม่มีชั้น 4 ครับ
  2. เลข 9 (Ku): ออกเสียงเหมือนคำว่า "ความทุกข์ระทม" (Ku)
  3. เลข 7 (Nana): ถือเป็นเลขนำโชค (Lucky Seven) เหมือนในสากลครับ

11. บทส่งท้าย: ก้าวข้ามผ่านตัวเลขสู่การสื่อสารที่แท้จริง

การเข้าใจ "ระบบตัวเลขและเวลา" คือการที่คุณเริ่มควบคุม "มิติ" ของการสื่อสารในญี่ปุ่นได้ครับ คุณจะสามารถนัดพบเพื่อน จองโรงแรม หรือต่อราคาของได้อย่างเป๊ะปัง

หวังว่าคู่มือฉบับนี้ที่ YUI และ YUTO ตั้งใจเรียบเรียงขึ้นมา จะช่วยให้นักเรียนไทยทุกคนเก่งภาษาญี่ปุ่นขึ้นอีกระดับ อย่าลืมกลับมาทบทวนและฟังเสียง TTS บ่อยๆ นะครับ เจอกันในบทเรียนถัดไปครับ!

บทความเรียนภาษาญี่ปุ่นอื่นๆ

💎 เจาะลึกคำศัพท์และตัวอย่างประโยค (Vocabulary Deep Dive)

เพื่อความพรีเมียมในการเรียนรู้ ยูโตะได้จัดเตรียมเซ็ตคำศัพท์ที่สำคัญที่สุดจากบทความนี้ พร้อมคำอธิบายและตัวอย่างประโยค 5 แบบ เพื่อให้คุณเห็นภาพการใช้งานจริงในโตเกียวปี 2026 ครับ!

おはようございます (Ohayou Gozaimasu)

💡 คำอธิบาย: คำทักทายตอนเช้าที่สุภาพที่สุด ใช้ได้กับทุกคนครับ

📝 ตัวอย่างประโยค (5 Examples):

  • おはようございます、先生!
    อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์
  • おはようございます、田中さん。
    อรุณสวัสดิ์ครับคุณทานากะ
  • 朝起きたら、まず「おはようございます」と言いましょう。
    เมื่อตื่นเช้ามา ให้เริ่มด้วยการพูดว่า 'อรุณสวัสดิ์' กันเถอะ
  • 会社に着いたら、みんなに「おはようございます」と挨拶します。
    เมื่อถึงบริษัท ให้ทักทายทุกคนด้วยคำว่า 'อรุณสวัสดิ์'
  • おはようございます!今日も一日頑張りましょう。
    อรุณสวัสดิ์! วันนี้ก็มาพยายามด้วยกันนะ
こんにちは (Konnichiwa)

💡 คำอธิบาย: สวัสดีตอนกลางวัน ใช้ได้ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงก่อนพระอาทิตย์ตกครับ

📝 ตัวอย่างประโยค (5 Examples):

  • こんにちは、今日はいい天気ですね。
    สวัสดีครับ วันนี้อากาศดีนะครับ
  • 午後の挨拶は「こんにちは」です。
    คำทักทายช่วงบ่ายคือ 'คอนนิจิวะ' ครับ
  • 店に入るときに「こんにちは」と言ってみましょう。
    ลองพูดว่า 'คอนนิจิวะ' ตอนเข้าร้านดูนะครับ
  • こんにちは、佐藤さん。อ元気ですか?
    สวัสดีครับคุณซาโต้ สบายดีไหมครับ
  • 皆さん、こんにちは!
    สวัสดีครับทุกคน!
こんばんは (Konbanwa)

💡 คำอธิบาย: สวัสดีตอนเย็นหรือตอนกลางคืน ใช้เมื่อเริ่มมืดครับ

📝 ตัวอย่างประโยค (5 Examples):

  • こんばんは、夜のイベントに来ました。
    สวัสดีครับ มางานอีเวนต์ช่วงกลางคืนครับ
  • 外が暗くなったら「こんばんは」と言います。
    พอข้างนอกมืดแล้วเราจะพูดว่า 'คอนบันวะ' ครับ
  • こんばんは、今日も一日お疲れ様でした。
    สวัสดีครับ วันนี้ก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะครับ
  • こんばんは、素敵な夜ですね。
    สวัสดีครับ เป็นค่ำคืนที่วิเศษมากเลยนะครับ
  • こんばんは、田中です。
    สวัสดีครับ ผมทานากะครับ
ありがとうございます (Arigatou Gozaimasu)

💡 คำอธิบาย: ขอบคุณแบบสุภาพที่สุด ใช้แสดงความกตัญญูต่อทุกคนครับ

📝 ตัวอย่างประโยค (5 Examples):

  • 助けてくれてありがとうございます。
    ขอบคุณที่ช่วยเหลือนะครับ
  • 心の底からありがとうございます。
    ขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจเลยครับ
  • 美味しい料理をありがとうございます。
    ขอบคุณสำหรับอาหารที่อร่อยมากครับ
  • 親切にしていただき、ありがとうございます。
    ขอบคุณที่ใจดีกับผมนะครับ
  • いつもありがとうございます。
    ขอบคุณที่คอยดูแลกันเสมอนะครับ
すみません (Sumimasen)

💡 คำอธิบาย: คำสารพัดประโยชน์ ใช้ขอโทษ หรือเรียกคน หรือขอทางครับ

📝 ตัวอย่างประโยค (5 Examples):

  • すみません、トイレはどこですか?
    ขอโทษครับ ห้องน้ำอยู่ไหนครับ?
  • 遅れてすみません。
    ขอโทษที่มาสายครับ
  • すみません、注文をお願いします。
    ขอโทษครับ ขอสั่งอาหารหน่อยครับ
  • すみません、ちょっと通してください。
    ขอโทษครับ ขอทางหน่อยครับ
  • すみません、もう一度言ってください。
    ขอโทษครับ ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหมครับ?
Pro Tip: ลองกดปุ่ม 🔊 เพื่อฟังเสียงอ่านแบบ TTS และพยายามพูดตาม (Shadowing) อย่างน้อย 5 ครั้งต่อหนึ่งประโยค จะช่วยให้ลิ้นของคุณชินกับสำเนียงโตเกียวได้ไวขึ้นมากครับ!
กลับสู่หน้าหลัก YUTO TOKYO DATE

🎓 เทคนิคพิเศษเพื่อการเก่งภาษาญี่ปุ่นอย่างก้าวกระโดด

1. ฟังเยอะๆ (Immersion): อย่ารอจนกว่าจะเก่งแล้วค่อยฟัง ให้เริ่มฟังตั้งแต่ตอนนี้ ทั้งเพลง อนิเมะ หรือ Podcast แม้จะฟังไม่ออก แต่สมองจะค่อยๆ รับรู้จังหวะและทำนองครับ

2. พูดตามทันที (Shadowing): เมื่อได้ยินเสียงเจ้าของภาษา ให้ลองพูดตามทันทีโดยไม่ต้องสนความหมายในช่วงแรก เพื่อฝึกกล้ามเนื้อปากให้ชินกับภาษาญี่ปุ่น

3. อย่ากลัวความผิดพลาด: การเรียนภาษาคือการทดลอง ยิ่งคุณลองใช้และผิดพลาดบ่อยเท่าไหร่ คุณยิ่งเรียนรู้ได้เร็วเท่านั้นครับ!

การเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "ความสม่ำเสมอ" และ "ความสนุก" ที่คุณมีให้กับมันครับ หากคุณใช้ระบบของ YUI-YUTO อย่างต่อเนื่อง คุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่คุ้มค่าแน่นอน!

🎯 ทำไมบทความนี้ถึงสำคัญสำหรับคุณ?

เนื้อหาในบทความนี้ถูกออกแบบมาเพื่อผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชาวไทยโดยเฉพาะ ไม่ใช่การแปลตรงๆ จากภาษาอื่น แต่มาจากประสบการณ์จริงของยูโตะ ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยและเข้าใจจุดแข็ง-จุดอ่อนของผู้เรียนไทยได้ดีที่สุด เราเชื่อว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่นต้องเข้าใจ "บริบท" และ "ความรู้สึก" ไม่ใช่แค่ท่องจำคำศัพท์ครับ

สิ่งที่ทำให้เนื้อหาของ YUTO Tokyo Date แตกต่างจากเว็บสอนภาษาญี่ปุ่นทั่วไปคือ เราเชื่อมโยงทุกบทเรียนเข้ากับ "ชีวิตจริงในญี่ปุ่น" ไม่ว่าจะเป็นการช็อปปิ้งที่ชินจูกุ การนั่งรถไฟสายยามาโนเตะ หรือการพูดคุยกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นในชีวิตประจำวัน ทุกอย่างมีบริบทที่ทำให้การจดจำง่ายขึ้นอย่างมากครับ

📚 มุมมองพิเศษจากยูโตะ: ความแตกต่างระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น

ในฐานะที่ผมเป็นคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยมากกว่า 3 ปี สิ่งที่น่าสนใจที่สุดที่ได้เรียนรู้คือ "วิธีคิด" ของคนไทยกับคนญี่ปุ่นแตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง แต่ก็มีจุดร่วมที่ทำให้การเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับคนไทยง่ายกว่าที่คิดครับ

ข้อได้เปรียบของคนไทย: คนไทยมีระบบความเคารพผู้อาวุโสและมารยาทที่คล้ายกับญี่ปุ่นมาก ทำให้การเข้าใจ "เคโกะ" (ภาษาสุภาพ) ไม่ยากอย่างที่คิดครับ นอกจากนี้ความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นทางวัฒนธรรมของคนไทยเป็นจุดแข็งมหาศาล

สิ่งที่ต้องระวัง: ภาษาไทยเป็นภาษาโทนเสียง (Tonal Language) ในขณะที่ภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่ ดังนั้นการออกเสียงภาษาญี่ปุ่นของคนไทยมักมีการเน้นเสียงผิดตำแหน่งโดยไม่รู้ตัว วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือการฟังเจ้าของภาษาและทำ Shadowing ทุกวันครับ

เคล็ดลับจากประสบการณ์จริง: ผมพบว่าคนไทยที่เรียนภาษาญี่ปุ่นผ่านสื่อบันเทิง (อนิเมะ ซีรีส์ เพลง) มักจะมีสำเนียงที่ดีกว่าคนที่เรียนจากตำราเพียงอย่างเดียว เพราะสมองได้ยินรูปแบบเสียงซ้ำๆ จนจดจำได้โดยธรรมชาติครับ

🗾 เชื่อมโยงกับ YUTO Tokyo Date: เรียนภาษาผ่านเรื่องราวจริง

เกม Visual Novel "YUTO Tokyo Date" ที่เราพัฒนาขึ้นเป็นมากกว่าแค่เกมครับ มันคือ "ห้องเรียนเคลื่อนที่" ที่ทำให้คุณได้เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นผ่านสถานการณ์จริง เช่น การนัดพบที่สนามบินฮาเนดะ การชวนกันไปชมซากุระที่อุเอโนะ หรือการกินราเมนด้วยกันในย่านอาซากุสะ

ทุกประโยคในเกมถูกออกแบบให้ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ประโยคตำราที่ฟังดูแข็งทื่อ นี่คือสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นหลายพันคนบอกว่า "เล่นเกมนี้แล้วรู้สึกอยากบินไปโตเกียวเลย!" ครับ

💡 เคล็ดลับ AdSense จากทีม YUI-YUTO:

การเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต้องอาศัยหลัก 3I: Input (อินพุตที่หลากหลาย) + Interaction (การโต้ตอบจริง) + Internalization (การทำให้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง) เกม YUTO Tokyo Date ออกแบบมาให้ครอบคลุมทั้ง 3 ด้านในประสบการณ์เดียวครับ

🏆 ระดับความสำเร็จ: แผนการเรียน 12 เดือน

สำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชาวไทย เราแนะนำแผนการเรียนแบบนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นระบบ:

เดือน 1-3: Foundation

  • ✅ เรียนฮิรางานะและคาตากานะให้คล่อง
  • ✅ ท่องคำศัพท์พื้นฐาน 500 คำ
  • ✅ ฝึกประโยคพื้นฐานในชีวิตประจำวัน
  • ✅ เริ่มเล่น YUTO Tokyo Date บทที่ 1

เดือน 4-6: Development

  • ✅ เรียนไวยากรณ์ N5 ให้ครบ
  • ✅ ฝึกการฟังทุกวัน 30 นาที
  • ✅ เริ่มเรียนคันจิพื้นฐาน 80 ตัว
  • ✅ ลองพูดภาษาญี่ปุ่นกับเพื่อน

เดือน 7-12: Mastery

  • ✅ ติว JLPT N5/N4
  • ✅ ฝึกเขียนภาษาญี่ปุ่นทุกวัน
  • ✅ ดูอนิเมะโดยไม่มีซับไทย
  • ✅ สมัครสอบ JLPT จริง

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ภาษาญี่ปุ่นยากไหม? คนไทยเรียนได้จริงไหมครับ?

A: ยากในช่วงแรก โดยเฉพาะตัวเขียนครับ แต่ถ้าใช้เวลา 30 นาทีต่อวันอย่างสม่ำเสมอ ภายใน 6 เดือนคุณจะสื่อสารขั้นพื้นฐานได้แน่นอน คนไทยหลายหมื่นคนทำสำเร็จแล้วครับ!

Q: ควรเริ่มเรียนจากอะไรก่อนครับ?

A: เริ่มจากฮิรางานะก่อนเลยครับ ใช้เวลาแค่ 1-2 สัปดาห์ก็จำได้หมด จากนั้นเรียนคาตากานะ แล้วค่อยเข้าสู่ไวยากรณ์พื้นฐาน อย่าเพิ่งไปยุ่งกับคันจิในตอนแรกครับ

Q: YUTO Tokyo Date ช่วยการเรียนภาษาญี่ปุ่นได้อย่างไรครับ?

A: เกมช่วยให้คุณเห็นบริบทการใช้ภาษาจริงๆ ครับ ทุกบทสนทนาในเกมสามารถนำไปใช้ได้จริงในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีระบบแสดงภาษาสองภาษา (ไทย-ญี่ปุ่น) ทำให้เรียนรู้ได้ง่ายมากครับ

Q: ต้องใช้เงินเรียนไหมครับ?

A: ไม่เลยครับ! เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้รวมถึงเกม YUTO Tokyo Date ให้บริการฟรี 100% เราได้รับรายได้จากโฆษณาเพื่อนำมาพัฒนาเนื้อหาและเกมต่อไปครับ

🌟 พร้อมเริ่มต้นการเดินทางสู่ภาษาญี่ปุ่นแล้วหรือยัง?

ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มหรือเรียนมาสักพักแล้ว YUTO Tokyo Date พร้อมเดินทางไปพร้อมกับคุณทุกก้าวครับ เริ่มเล่นเกมฟรีได้เลย!

🎮 เริ่มเล่นเกมฟรีเลย!

🇯🇵 สุ่มขนมญี่ปุ่นยอดฮิตที่แนะนำโดยผู้พัฒนา!

ลองกดสุ่มดูไหมครับ? หากคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์นี้ ค่าคอมมิชชันส่วนหนึ่งจะช่วยสนับสนุนเรา (ราคาสินค้าเท่าเดิมครับ)
*เราไม่ได้เป็นผู้ขายโดยตรง เป็นเพียงการแนะนำสินค้าคุณภาพจาก Shopee เท่านั้น